บุคคล ที่หน้ายกย่อง ของเมืองไทย

บุคคล ที่หน้ายกย่อง ของเมืองไทย

อาจจะ เชยไปนิดสำหรับผู้ที่รู้เรื่องดีแล้ว แต่ ดอลลี่ว่ายังมีอีกหลายท่านค่ะ ที่ยังไม่รู้จักท่านผู้นี้ ดี ในฐานะที่ ดอลลี่ ติดตามผลงานของท่านมาพอสมควร ก็เลยอยากจะบอกว่าท่านผู้นี้เป็นใคร มีความสำคัญอย่างไร และนำชื่อเสียงมาสู่ ประเทศไทยอย่างไร และที่เพิ่งนำเรื่องราวของท่านมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ก็เพราะว่าเดือน นี้(สิงหาคม) จะเป็นเดือนที่ ท่านผู้นี้ กำลังจะได้รับรางวัลแมกไซไซ อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม ที่จะถึง นี้ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของแม็กไซไซ อดีตประธานาธิบดีคนที่ 3 ของประเทศ ฟิลิปปินส์ ซึ่งประชาชนยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ เนื่องจากแม็กไซไซเป็นผู้จัดตั้งขบวนการใต้ดิน ต่อสู้กับกองทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งยังเป็น หัวหน้าขบวนการเรียกร้องเอกราชของชาติ และได้ทำงานทุ่มเทแรงงาน แรงใจให้กับการช่วยเหลือคนยากไร้ อย่างเต็มความสามารถจนเป็นที่รักใคร่ของคนพวกนั้น

…..และ ก่อนที่จะได้รู้จักผลงานและประวัติของ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เจ้า ของรางวัลแมกไซไซสาขาบริการ สาธารณะ ของ ปีนี้ dolly ขอเล่าถึงความรู้สึก ส่วนตัว ที่มีต่อท่านผู้นี้ หน่อยนะคะ…..“ก่อน หน้านี้ ดิฉัน เคยได้ยินข่าวคราวของท่านมาบ้าง แต่ไม่บ่อยเหมือนข่าวอื่นๆ ซึ่งตอนแรกที่ได้ทราบ เรื่องราวการทำงานของท่านก็ยังฉงนว่าทำไมคนไทยส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยรู้เรื่อง ราวผลงานของท่านเท่าใด นัก ทั้งๆที่ผลงานของท่าน ก็ค่อนข้างน่าสนใจ และควรได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างมากๆด้วยจนทีแรก ดิฉัน คิดว่าผลงานของท่านคงไม่ โดดเด่น ในประเทศไทย ท่านจึงต้องออกไปทำงานในต่างประเทศโดยเฉพาะ ตามประเทศที่ทุรกันดารต่างๆ แต่ที่พอสังเกตได้จากการให้สัมภาษณ์ของท่านในรายการทีวีช่องหนึ่งก็คือสี หน้า แววตา ซึ่งดูเป็นคนใจบุญ และอิ่มบุญอย่างเห็นได้ชัด คิดว่าท่านผู้นี้ มีบุคคลิกที่งามสง่า อยู่ในทีเวลาพูด จา ก็พูดจากใจจริง ไม่เสแสร้ง ฟังเข้าใจง่าย ทำให้ อินไปกับเรื่องราวที่ท่านเล่าอย่าง พึงพอใจ และ คิดว่าท่านผู้ นี้ เป็นผู้ที่เสียสละจริงๆ ยอมไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในดินแดนที่ หลายๆคนก็คงเข้าใจเหมือนดิฉันว่า ยังเป็นดินแดนของ ความป่าเถื่อน หรือไกลจากความเจริญเอามากๆ เครื่องอำนวยความสะดวกคงแทบจะหาไม่ได้เอาเลย แล้วท่านก็ยังเต็ม ใจ รอนแรมไป ทุ่มเท ความรู้ ที่ไดร่ำเรียน ค้นคว้ามา สอนให้แก่ผู้ที่ยากไร้ ด้อยโอกาส เหล่านั้น เพื่อที่พวกเขาจะได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ ที่สำคัญจะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อ หรือเครื่องมือให้กับคนในประเทศที่เรียกตัวเองว่าเจริญ สุดๆแล้ว มาหลอกใช้เป็นเหยื่อ เพื่อการทดลองยา หรือ ต้องซื้อยาในราคาที่แพงลิบลิ่วโดยไม่จำเป็น เหมือนกับที่เราเอง ก็เคยประสบมาแล้ว ตั้งแต่อดีต จนถึง ปัจจุบัน…สำหรับในเมืองไทย ไม่ใช่ว่ารู้ไม่ทันพวกบริษัทยาข้ามชาติเหล่านั้นแต่ เพราะมีคนไทยจำนวนหนึ่ง ที่เห็นแก่เงินจนยอมฆ่าคนไทยด้วยกันเอง….ฆ่า ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการยิง การแทงหรือการ ทำร้ายด้วยอาวุธ ต่างๆ ให้ตาย แต่หมายถึงการที่ยอมให้คนไทยต้องซื้อยาแพงๆ โดยต้นทุนต่ำ เพื่อการรักษาโรคภัย ไข้เจ็บต่างๆ ก็เหมือนกับฆ่าพวกเขาทั้งเป็นอยู่แล้ว เพราะถ้าไม่มีเงิน ก็ต้องปล่อยไปตามยถากรรม ซึ่งแน่นอนก็ต้อง ตายแน่ๆ แต่ตายอย่างทรมานด้วยโรคร้ายเหล่านั้น….ดังนั้นจึงต้องขอขอบพระคุณท่าน แทนคนไทยอีกหลายๆคนด้วย ที่ช่วยให้คนป่วยในประเทศไทยได้มีโอกาสใช้ยาดีๆมี ประสิทธิภาพ และที่สำคัญเหนืออื่นใด คือได้ยาดี มีราคาถูก และ สามารถช่วยชีวิตคนได้อีกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นคน ไทยด้วยกันเอง หรือ คนต่างชาติที่ ท่านได้เมตตาไปช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้น…..”ด้วยความ เคารพในคุณความดีของท่าน

ดอลลี่

ท่าน ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ หรือที่รู้จักกันดีในฉายา ว่า เภสัชกรยิบซี มีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไร เชิญติดตามอ่านได้เลยค่ะประวัติ ของ ดร.กฤษณา เป็นชาว เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี จบการศึกษาจาก โรงเรียนราชินี และคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และไปศึกษาต่อปริญญาโท สาขาเภสัชวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยสตราห์ไคลด์ และปริญญาเอก สาขาเภสัชเคมีมหาวิทยาลัยบาธ ประเทศอังกฤษ หลังจบการศึกษากลับมาทำงานเป็นอาจารย์ประจำ คณเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จนเป็นหัวหน้าภาควิชาเภสัชเคมีในปี พ.ศ. 2524 และลาออกมาทำงานที่สถาบันวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรม เป็นเวลา 22 ปีตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและ พัฒนา (ตอนที่ได้รับตำแหน่ง ผอ. นี้อายุแค่ 37 ปีเองค่ะ)ในปี พ.ศ. 2542 ดร . กฤษณา ได้รับเชิญจาก องค์การอนามัยโลก ไปที่แอฟริกาเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตยาไวรัสเอดส์ให้กับผู้ป่วยที่นั่น หลังจากได้เห็นความยากลำบากของปัญหาอุปสรรคต่างๆ เธอจึงตัดสินใจลาออกจากองค์การเภสัชกรรมในปี พ.ศ. 2545และเดินทางไปแอฟริกา เพื่อช่วย ดำเนินงานจนสามารถจัดตั้งโรงงานผลิตยาต้าน ไวรัสเอดส์ ชื่อ AFRIVIR ใน ประเทศคองโกได้เป็นผลสำเร็จในปี พ.ศ. 2548 และ ผลิตยา รักษามาลาเรีย ชื่อ Thai-Tanzunate ใน ประเทศแทนซาเนีย ..

……ชื่อยาต้านไวรัสเอดส์อย่างซีโดวูดีน หรือเรียกสั้น ๆ ว่า เอแซดที และ จีพีโอเวียร์ เป็นที่รู้จักในสังคมไทยมา ระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งยานี้คิดค้นและผลิตโดยเภสัชกรไทย ขายโดยองค์การเภสัชกรรมของไทย ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อยาจากต่างชาติได้ถึง 26 เท่า โดยบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ เมื่อหลายปีก่อนได้เดินทางไปถ่ายทอดการผลิตยาในหลายประเทศในทวีปแอฟริกา จนได้รับฉายา “เภสัชกรยิปซี”

About author

You might also like

บทความ 3 Comments

เมื่อ Chef Gordon’s vs Chef หมึกแดง

เมื่อเชฟ Gordon’s จากอังกฤษ ผู้มีเชื่อเสียงจากรายการโหดๆของเขาที่ชื่อ Hell’s Kitcen มาเยื่อน ไทยในแบบของเขา สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบไทย

บทความ 0 Comments

สตีฟจ๊อบ เสียชีวิตแล้ว

สตีฟจ๊อบ ประธานบริษัท Apple เจ้าของตำนาน IPot,IPad,IPhone เสียชีวิตด้วยวัย56ปี จากมะเร็งตับอ่อน

บทความ 0 Comments

STAR BUCKS บริการอีกรูปแบบ ที่เรายังไม่รู้

ระหว่างรอคั่วเมล็ดกาแฟอยู่นั้น น้องเขาก็บอกเคล็ดให้เราทราบว่ายี่ห้อ สตาร์บัคที่อยู่ตรงกลางถุง เนี่ยมีความพิเศษ ลิขสิทธิ์ เฉพาะของเราเลย

Comments on Facebook