Month: August 2010

กวน มึน โฮ หนังดีที่  นายเหลือง อยากแนะนำ

กวน มึน โฮ หนังดีที่ นายเหลือง อยากแนะนำ

ไปดูหนัง เมื่อวานเรื่อง กวน มึน โฮ หนังรักแนว โรเแมนติก คอมมิดี้ แล้วประทับใจ ในเนื้อหา เพลงประกอบภาพยนต์ นายเหลือง จึงมาบอกต่อกันครับ

ภาพเมืองพัทยา ย้อนยุค เมื่อ40ปีที่แล้ว

ภาพเมืองพัทยา ย้อนยุค เมื่อ40ปีที่แล้ว

พัทยา มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย เรียกว่ามโหฬารเลยก็ว่าได้ ตอนนี้เมืองมีขนาดใหญ่ขึ้น มีห้างผุดเต็ม สิ่งก่ิอสร้างมากมาย เราลองมาย้อนยุค

ภัตตาคารไ้ดนาสตี้ ใกล้เซ็นทรัลลาดพร้าว

ภัตตาคารไ้ดนาสตี้ ใกล้เซ็นทรัลลาดพร้าว

.

พาชิมอาหารจีน ภัตตาคารไดนาสตี้ โดยนายเหลือง

ภัตตาคารไดนาสตี้ อยู่ชั้นสองของโรงแรม แรมโซฟิเทลเซ็นทาราแกรนด์แบ็งคอก ในบริเวณห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวนั้เอง อาหารจีนที่ทำน่าประทับใจครับ ลองมาดูกัน

.

เริ่มจากปลาเงินทอดกับ หอยจ๊อ

แมงกะพรุนยำ

หูฉลามเส้นใหญ่รสเข้มข้น

เป๋าฮื้อ ชิ้นโต

เป็ดปักกิ่งห่อเสร็จ พร้อมทาน

เนื้อเป็ดเอาไปทำเมี้ยง

ห่อทานกับผักกาดแก้ว

ปลาบู่นึ่งซีอิ้ว แบบสองตัว อร่อยมากๆ

เนื้อปลาขาวสวย

นุ่มๆแน่ๆ เพราะความสด น้ำราดอร่อยกำลังดี

หมี่ผัด

พุทราจีนทอด จานนี้อร่อยเด็ดที่ ร้อนๆกรอบๆ

ขนมเค็กที่ สั่งมาทานเองที่บ้าน

ส่วนก้อนนี้ทานที่นี่ คงจะทราบแล้วนะครับว่ามาทานกันในงาน อะ ^^

วันเกิดของเพื่อนผมเอง

.

รวมสิทธิพิเศษ และโปรโมชั่นต่างๆใน “วันแม่”

รวมสิทธิพิเศษ และโปรโมชั่นต่างๆใน “วันแม่”

วันแม่ปีนี้ มีโปรโมชั่นดีๆมาให้เพื่อนๆได้ลองพาคุณแม่ที่เรารักไปเที่ยว ไปทาน ไปช๊อป กันหลายแห่งครับ ลองเข้าไปอ่านโปรโมชั่นต่างๆกันดู

กุ้งอบ วุ้นเส้น แบบง่ายสองสูตร

กุ้งอบ วุ้นเส้น แบบง่ายสองสูตร

ถ้าบอกว่าเมนูกุ้งอบวุ้นเส้น ใครๆก็ชอบนะ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ไปร้านอาหารจีนซีฟูดส์ต้องสั่งกัน เพราะป็นเมนูที่ทานง่ายอร่อยได้หลากหลาย
ง่ายมากๆด้วย

วิธีทำ จุ๋ยก๊วย สูตรโบราณ หาทานยาก

วิธีทำ จุ๋ยก๊วย สูตรโบราณ หาทานยาก

.
วิธีทำจุ๋ยก๊วย โดย ซูชิ

ขนมจุ๊ยก๊วยเป็นขนมของคนจีนโบราณ หลายคนอาจชื่นชอบในขณะที่หลายคนอาจไม่รู้จักขนมนี้เลย แต่หากได้ทานรับรองว่าจะติดใจกันเป็นส่วนใหญ่ ขนมนนี้ทานได้ทั้งเป็นของว่างและเป็นของหนักได้ในคราวเดียว เดี๋ยวนี้หาทานขนมแบบนี้ได้ ยากแล้ว แต่ต้องแถวเยาวราชจะมีหลายเจ้า หายากแบบนี้ เราลองมาทำทานกันเองเลยดีกว่า ..

ส่วนผสมแป้งดังนี้ค่ะ

1.แป้งข้าวเจ้า   300 กรัม
2แป้งมันสำปะหลัง 4 ชต.
3.แป้งสลิ่ม          2  ชต.
4.เกลือ             1/2ชช
5.น้ำ                  1  ลิตร

วิธีทำ
นำส่วนผสมมารวมกัน จากนั้นเติมน้ำตามส่วน จัดการกรองด้วยกระชอนให้หมดตะกอนแป้ง หลังจากนั้นพักไว้4-6 ชม.   เคล็ดลับอยู่ตรงนี้คะ การพักแป้งจะทำให้แป้งนิ่มหนึบอร่อยหากไม่พักแป้ง จะทำให้แป้งกระด้าง บางคนไม่ทราบจุดนี้ทำขายมา10ปี ก็ยังไม่อร่อยคะ ยืนยัน ส่วนดิชั้น เรื่องพักแป้งสำคัญมาก จะทำแป้งไว้แล้วพักใส่ตู้เย็นข้ามคืนเลยที่เดียว เมื่อนึ่งออกมาแล้ว อร่อยนุ่มหนึบ ใครก็ชมคะ เรื่องจริง     ใครนำสูตรนี้ไปขายขอให้รวยๆนะคะ แล้วอย่าลืม ส่งบุญกลับมาบ้างนะคะ ^^

อันนี้เป็นขั้นตอนการทำดูตามภาพเลยคะ จะได้ไม่สับสนและทำตามได้ที่ละขั้นอย่างไม่ยาก    ไฉ้โป้วหวานล้างให้สะอาด สับ   1/2  กก.

กระเทียมไทยสับละเอียด   1  ถ้วย

เห็ดหอมแช่น้ำล้างให้สะอาดหั่น   100g

ตังฉ่ายใหม่ๆ สับ      50 g

ผสมแป้งพักไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง  อย่าลืมดูเคล็ดลับการพักแป้งที่เฉลยไว้ข้างบนด้วยนนะคะ

ตั้งกระทะ เจียวกระเทียมพอหอม ไม่ต้องเหลือง ตักขึ้นพักไว้

นำเห็ดหอมลงผัด

ใส่ใชโป้ว ลงผัดให้หอม

ใส่ตังฉ่ายผัดให้เข้ากัน

ใส่กระเทียมที่ตักพักไว้ลงผัดต่อ เติมผงปรุงรส 1 ชต  ,พริกไทย 2ชช,น้ำตาลทราย 1ชช, ซอสปรุงรส 1 ชต,ซีอิ้วดำหวาน 1 ชต

ผัดคั่วไฟปานกลางจนหอมออกเกรียมเล็กน้อย

เสร็จแล้วค่ะ

ตั้งน้ำให้เดือดแล้วเรียงถ้วย  ลงนึ่งให้ร้อนประมาณ 5 นาที ตักแป้งที่เตรียมไว้หยอดให้เต็ม

นึ่งประมาณ  15 นาที  สุกแล้วค่ัะ  ขนมสวยบุ๋มทุกถ้วย

ซึ้งนี้จุ๋ยก้วยดอกอัญชัน  สวยมั๊ยคะ

สองสีสองแบบ  สีขาวรอยบุ๋มไม่ค่อยสวย สาเหตุจากการพักแป้งค่ะ

ลองทานดู อร่อยมากๆ ทำกินเองได้ทำขายก็ดี หากทำขาย ไม่ใช่ช่วงกินเจ ใส่หมูสับกุ้งแห้งสับ ลงด้วยช่วยเรื่องอร่อยมากมาย

ที่บ้านทำทานเองมาหลายครั้ง แบบนี้แบบใส่พริกตำ บางครั้งใส่กระเทียมเจียวใหม่ๆ กับโรยกากหมูกรอบๆ ^^

ขอให้อร่อยนะคะ    ตอนนี้คุณดาวจ๋า เอาการบ้านมาส่งแล้วคะ เลย ขอนุญาติเอามาลงให้เพื่อนๆดูเป็นตัวอย่างก่อน
.
จุ๋ยก๊วยส่งการบ้าาน ของคุณ ดาวจ๋า (satineesh)
ดาวจ๋าลองนึ่งดู 4 ถ้วยค่ะ .. แป้งที่พักไว้ก็ไม่ครบสามชั่วโมง  ขนมที่นึ่งออกมา บุ๋มนะคะ แต่แป้งนุ่มนิ่มมาก .. กัดเข้าไปคำแรก นึกในใจว่า ตรูท่าจะผสมแป้งไม่ถูกแหง๋มๆ  ก็เลยเอาแป้งไปใส่ตู้เย็นค่ะ แล้วก็ทิ้งไว้หลายชั่วโมงเลยย นี่รุ่นที่1 เปิดดูเพราะความซนอยากรู้ว่าขนมจะบุ๋มหรือเป่าค่ะ ? บุ๋มสมใจค่ะ  ต่เนื้อขนมไม่เนียนๆเด้งๆเลย  แกะออกจากพิมพ์ก้ยาก และไม่สวย …

แป้งกระด้างไปหน่อย แต่ก็ทานกับไชโป้วผัด อร่อยค่ะ  สังเกต วงแป้งจะตรง เดี๋ยวดูอันต่อไป

แบบนี้ เป็นแป้งรุ่น2 เพิ่มเวลาการหมัก เป็น1คือ,2คือ,3คืน (ต้องผสมแป้งแล้วพักไว้ในตู้เย็นนะ) ยิ่งหมักนายยิ่งเด้ง ยิ่งอร่อย สังเกตวงของแป้งขอบจะไม่ตรง เหมือนรูปแรกแต่จะโค้งสวย อันนี้ละดี

แบบนี้ละ ที่ทานกับไชโป้ผัดอร่อยยิ่งนัก

เมื่อคุณซูชิ โพสต์สูตรและวิธีทำ.. ดาวจ๋าก็เล็ง พร้อมกับเซฟสูตรไว้ และตั้งใจจะหัดทำดู..  ก่อนที่จะทำ   ดาวจ๋าไปตะลอนหาซื้อถ้วยน้ำชา (ร้านเขาบอกว่าถ้วยแบบนี้เรียกถ้วยน้ำชา ไม่ใช่ถ้วยตะไล ถ้วยตะไลจะแบนๆ) หาอยู่นาน ตะลอนๆถามร้านโน้นร้านนี้ แต่มาได้จากร้านที่อยู่ไม่ไกลบ้านเลยค่ะ  อยู่ในตลาดสดบางบัวทองเอง ราคาถ้วยน้ำชานี้ อยู่ที่ 100 ใบ ราคา 150 บาท ขายยกร้อยเลยค่ะ .. ดาวจ๋าอยากบอกว่าขนมจุ๋ยก้วยสูตรโบราณของคุณซูชินี้อร่อยมากกกค่ะ แม้ว่าดาวจ๋าจะไม่ได้ทำน้ำส้มเผ็ดๆราดบนตัวขนมเวลาทานก็ยังอร่อยมากมาย   ขอขอบคุณคุณคุณซูชิ มากกกก ณ.ที่นี้อย่างสูงค่ะ ที่นำวิธีทำและสูตรมาแบ่งปัน

.อ้อ…  พอดีมีเพื่อนๆ ถามเข้ามา เรื่องขนมที่มีหน้าตาคล้ายกัน คือขนมน้ำดอกไม้คะ  ดูรูปและ วิธีทำจาก ข้างล่างได้เลย คะ

————————————————————————————-

ขนมน้ำดอกไม้

ขนม ไทยอีกชนิดที่มีความหอมหวานในตัว และมีเสน่ห์ของขนมที่ลง ตัว   อีกทั้งยังทำได้ง่าย ไม่มีเครื่องปรุง หรือขั้นตอนที่ยุ่งยากอะไรนัก   มี ความหอมอร่อยที่ได้จากน้ำลอยดอกมะลิ   ความนุ่มนวลของตัวแป้งที่ทำ ให้ขนมชนิดนี้ บ่งบอกถึงความอ่อนโยนของคนไทย ที่แสดงออกมาในตัว ขนม   ปัจจุบันยังหาซื้อทานได้ทั่วไป เพียงแต่ความหอมของน้ำดอกมะลิ อาจจะไม่ค่อยได้กลิ่น เนื่องจากแม่ค้าบางรายไม่ประณีตนัก ทำให้อาจจะ ขาดเสน่ห์ไปบ้าง ก็คงต้องเลือกหาร้านที่ถูกใจเสียหน่อย และมั่นใจว่ามี ความประณีตอย่างแท้จริงในการทำขนมไทยออกวางขาย

ส่วนผสม

น้ำลอยดอกมะลิ    1 1/2    ถ้วยตวง
แป้งข้าวเจ้า         1 1/2   ถ้วยตวง
แป้งมันสำปะหลัง   1 1/2   ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย        1  ถ้วยตวง
สีผสมอาหาร        2-3 สี

วิธีทำ

1. เอาแป้งข้าวเจ้ากับแป้งมันสำปะหลังมาผสมเข้าด้วยกัน แบ่งแป้งเพื่อใส่สีผสมอาหาร แล้วนวดจนให้สีกลืนกันออกเป็นสีอ่อนๆ โดยน้ำลอยดอกมะลิรินใส่ลงไปทีละน้อย
2. นวดแป้งจนแป้งเข้ากันดีเป็นเนื้อแป้งเนียน
3. จากนั้น เอาน้ำตาลต้มกับน้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง พอน้ำตาล ละลายกลายเป็นน้ำเชื่อม ก่อนนำมาใช้ให้กรองด้วยผ้าขาว บางก่อน
4. เอาน้ำเชื่อมนวดพร้อมกับแป้งที่นวดไว้จนเข้าเป็นเนื้อเดียว
5. เอาถ้วยตะไลวางเรียงในรังถึง เพื่อทำการนึ่งถ้วยตะไลที่ยัง ไม่ได้หยอดขนมด้วยไฟค่อนข้างแรง เพื่อให้ถ้วยตะไลร้อน จัดมาก ๆ (ประมาณ 15 นาที)
6. ตักเนื้อขนมหยอดลงไปในถ้วยตะไลจนเต็มถ้วย
7. นำขึ้นนึ่งอีก 15 นาที เมื่อขนมสุก บริเวณผิวหน้าขนมจะมีรอยบุ๋มลง

เคล็ดลับ
การ ที่เอาถ้วยตะไลนึ่งไฟแรง ๆ ก่อน ก็เพื่อให้ตัวขนมไม่ติดกับถ้วย ตะไล สามารถแคะออกได้สะดวก   มะลิที่ใช้ลอย ต้องมั่นใจว่าไม่มี ยาฆ่าแมลงปะปน มิฉะนั้นจะตายหมู่กันทั้งคนกินและคนทำ
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก www.horapa.com
.